หน่วยที่ 9 โมฆะกรรมและโมฆียะกรรม
สารบาญ |
มาตรา
150 อธิบายโมฆะกรรม
“การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
การนั้นเป็นโมฆะ” |
อธิบาย สาเหตุที่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะเช่น
มาตรา 173 โมฆะกรรมที่แยกส่วนสมบูรณ์ได้ “ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของนิติกรรมเป็นโมฆะ นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้นเว้นแต่จะพึงสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่า คู่กรณีเจตนาจะให้ส่วนที่ไม่เป็นโมฆะ น้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้” |
ฎ.2331/2518 ทำสัญญากู้ใหม่รวมดอกเบี้ยที่ค้างมาก่อนรวมเข้าด้วยดอกเบี้ยที่คิดรวมเข้าด้วยกันเกินอัตราที่กำหนดในกฎหมาย สัญญากู้นี้เป็นโมฆะเฉพาะดอกเบี้ย ศาลให้เสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ½ ต่อปีในต้นเงินตั้งแต่วันฟ้อง |
ฎ.779/2497 การกู้เงินโดยมีสัญญาว่า ถ้าไม่ใช้เงินกู้คืนผู้กู้ย่อมโอนกรรมสิทธิที่นาให้นั้น ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะตาม ปพพ. มาตรา 656 วรรคสองและสามก็เฉพาะเรือ่งการคิดราคาทรัพย์ที่ใช้แทนเงินกู้เท่านั้น หาทำให้สัญญากู้เสียทั้งฉบับ ผู้ให้กู้ฟ้องเรียกเงินคืนได้ |
มาตรา 174 โมฆะกรรมที่อาจสมบูรณ์ “การใดเป็นโมฆะแต่เข้านิติกรรมอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะ ให้ถือตามนิติกรรมซึ่งไม่เป็นโมฆะ สันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่า หากคู่กรณีได้รู้ว่าการนั้นเป็นโมฆะแล้วก็คงจะได้ตั้งใจมาตั้งแต่แรกที่จะทำนิติกรรมอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะนั้น” |
อธิบาย กรณีใดบ้างที่โมฆะกรรมนั้นอาจสมบูรณ์ในฐานนิติกรรมอย่างอื่น
ฎ.1211/2492 พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ตามแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามที่ผู้ทำนิติกรรมตั้งใจทำ แต่สมบูรณ์ตามหลักพินัยกรรมธรรมดา ถือได้ว่าเป็นพินัยกรรมสมบูรณ์ตามแบบธรรมดา |
มาตรา 172 วรรคสอง การเรียกทรัพย์คืน “ถ้าจะต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับ” |
อธิบาย คำว่า “ลาภมิควรได้” หมายความว่า การที่บุคคลใดได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใดเพราะการที่บุคคลอีกคนหนึ่งกระทำเพื่อชำระหนี้ก็ดี หรือได้มาด้วยประการอื่นก็ดีโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเสียเปรียบ บุคคลนั้นจำต้องคืนทรัพย์ให้แก่เขา…”
คำถาม การฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนฐานลาภมิควรได้ต้องฟ้องภายในกำหนดเวลาเท่าใด? |
มาตรา 178การบอกล้างและให้สัตยาบัน “การบอกล้างหรือให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมย่อมกระทำได้โดยการแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวกำหนดได้แน่นอน” |
อธิบาย โมฆียะกรรมเมื่อบอกล้างแล้วมีผลดังนี้
มาตรา 175 ผู้มีสิทธิบอกล้าง “โมฆียะกรรมนั้น บุคคลต่อไปนี้จะบอกล้างเสียก็ได้” 1)ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้เยาว์ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่ผู้เยาว์จะบอกล้างก่อนที่ตนบรรลนิติภาวะก็ได้ถ้าได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม 2)บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
หรือเสมือนไร้ความสามารถ เมื่อบุคคลนั้นพ้นจากการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
หรือเสมือนไร้ความสามารถแล้ว หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณีแต่คนเสมือนไร้ความสามารถจะบอกล้างก่อนที่ตนจะพ้นจากการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ถ้าได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ 3)บุคคลผู้แสดงเจตนาเพราะสำคัญผิด
หรือถูกกลฉ้อฉล หรือถูกข่มขู่ 4)บุคคลวิกลจริงผู้กระทำนิติกรรมอันเป็นโมฆียะตามมาตรา
30 ในขณะที่จริตของบุคคลนั้นไม่วิกลแล้ว ถ้าบุคคลผู้ทำนิติกรรมอันเป็นโมฆียะถึงแก่ความตายก่อนมีการบอกล้างโมฆียะกรรม ทายาทของบุคคลดังกล่าวอาจบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นได้” |
มาตรา 180 วิธีการให้สัตยาบัน “ภายหลังเวลาอันพึงให้สัตยาบันได้ตามมาตรา 179 ถ้ามีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยโมฆียะกรรมโดยการกระทำของบุคคลซึ่งมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา 175 ถ้ามิได้สงวนสิทธิไว้แจ้งชัดประการใดให้ถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน 1)ได้ปฏิบัติการชำระหนี้แล้วทั้งหมดหรือแต่บางส่วน 2)ได้มีการเรียกให้ชำระหนี้นั้นแล้ว 3)ได้มีการแปลงหนี้ใหม่ 4)ได้มีการให้ประกันเพื่อหนี้นั้น 5)ได้มีการโอนสิทธิหรือความรับผิดชอบทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ได้มีการกระทำอย่างอื่นอันแสดงได้ว่าเป็นการให้สัตยาบัน ” |
คำถาม การบอกล้างโมฆียะกรรมทำได้อย่างไร และต้องทำโดยมีแบบไหม? |
มาตรา 179วรรคหนึ่ง ระยะเวลาการให้สัตยาบัน “การให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้กระทำภายหลังเวลาที่มูลเหตุให้เป็นโมฆียะกรรมนั้นหมดสิ้นไปแล้ว” |
คำถาม การแสดงเจตนาให้สัตยาบัน จะต้องแสดงโดยชัดแจ้งอย่างเดียวหรือจะแสดงโดยปริยายก็ได้? |

No comments:
Post a Comment