โครงสร้างการเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย

โครงสร้างการเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย1

โครงสร้างการเขียนตอบ

ส่วนที่ 1 หลักกฎหมายอาจใช้ย่อหน้าหรือตัวเลข (1,2,3) เป็นตัวกำกับการขึ้นมาตราใหม่ เช่น 
 
กรณีตามปัญหา ประมวลกฎหมาย ................................... วางหลักไว้ว่า
   (มาตราแรก) ........................................................................................
    ........................................................................................
   (มาตราสอง) ........................................................................................
    ........................................................................................

 ส่วนที่ 2 การวินิจฉัยปัญหาหรือการปรับข้อเท็จจริงตามโจทย์ให้เข้ากับหลักกฎหมายในส่วนที่ 1 ซึ่งอาจใช้แบบ 1 หรือแบบ 2 ก็ได้
 
 แบบ 1
 ข้อเท็จจริงตามปัญหา การที่ .............................................
 ตามปัญหา การที่ ..............................................................
 กรณีตามปัญหา การที่ ......................................................

 แบบ 2 (กรณีปัญหาหลายประเด็น)
 กรณีการกระทำของนาย / ประเด็นแรก การที่ ..............................................................
............................................................................................................................
 กรณีการกระทำของนาย / ประเด็นที่สอง การที่ ...........................................................
......................................................................................................................
 
 ส่วนที่ 3 ธงคำตอบให้สรุปคำตอบสั้นๆ ชัดเจนและครบทุกประเด็นคำถาม ตามที่ได้ปรับวินิจฉัยไว้แล้ว
ด้วยเหตุผลและหลักกฎหมายดังที่ได้ปรับวินิจฉัยแล้วข้างต้น ............................................................
........................................................................................................................

ส่วนที่ 1 หลักกฎหมาย

     การเขียนเลขมาตรา : การยกหลักกฎหมายนั้น ควรต้องยกหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นต่างๆแต่ละประเด็นให้ครบ แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนเลขมาตรา เพราะถ้าเขียนเลขมาตราผิด ก็ทำให้เสียคะแนนหรืออาจไม่ได้คะแนนในส่วนนี้เลยก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเขียน 

วิธีการเขียนในการยกหลักกฎหมายนั้น อาจขึ้นต้นด้วยประโยคต่อไปนี้

ก. กรณีตามปัญหาประมวลกฏหมาย...............................เรื่อง.......................................................วางหลักไว้ว่า............................... 

ข. กรณีตามปัญหาประมวลกฏหมาย................................วางหลักไว้ว่า..........................................

ค.  กรณีตามปัญหาประมวลกฏหมาย...............................เรื่อง.................................................บัญญัติไว้มีใจความสำคัญว่า............................... 
 
ง.  กรณีตามปัญหาประมวลกฏหมาย..........................................................บัญญัติไว้มีใจความสำคัญว่า............................... 

 ข้อสังเกตุ 

  1. ไม่ควรใช้คำว่า "บัญญัติว่า" หรือ "บัญญัติไว้ว่า" โดยตรง เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์บัญญัติไว้ว่า "........." เพราะการเขียนลักษณะนี้จะต้องเขียนให้เหมือนและครบถ้วนตามตัวบทมาตรานั้นๆ หากไม่ตรงจะทำให้เสียคะแนนได้
  2. ความเข้าใจว่าการยกหลักกฎหมายขึ้นมาอ้างอิงมากๆแล้วจะได้คะแนนเพิ่มเป็นความเข้าใจผิด
  3. ควรยกมาตราที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาที่เรียน ควรตอบเฉพาะในขอบเขตของชุดวิชานั้น เช่น หากสอบวิชากฎหมายอาญา 1 และมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องความผิดฐานฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อยู่ด้วย ก็ไม่ควรนำมาตอบเพราะความผิดฐานฆ่าคนนั้นอยู่ในชุดวิชากฎหมายอาญา 2

ส่วนที่ 2 การวินิจฉัยปัญหา

  • การนำหลักกฎหมายที่ยกขึ้นมาไปปรับใช้กับข้อเท็จจริง และต้องอธิบายเหตุผลประกอบการนำหลักกฎหมายมาปรับใช้กับข้อเท็จจริง
  • การยกข้อเท็จจริงขึ้นมากล่าวทั้งหมดก่อน แล้วค่อยเขียนคำตอบลงไปเลย จะทำให้ไม่ได้คะแนนในส่วนนี้เลย เพราะเหมือนเป็นการลอกโจทย์ประกอบธงคำตอบเท่านั้น
  • ในขั้นตอนนี้ หากยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องมาประกอบการวินิจฉัย (ไม่จำเป็นต้องเขียนหมายเลขคำพิพากษาฎีกา) ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้สอบมีความรู้ในเรื่องนั้นๆเป็นอย่างดี

ส่วนที่ 3 ธงคำตอบ

ธงคำตอบที่ดีนั้นมีลักษณะดังนี้

  • สิ่งที่ไม่ได้ถาม ไม่ควรตอบลงไปยกเว้นเป็นขั้นตอนหนึ่งในการนำไปสู่คำตอบสุดท้าย
  • ต้องไม่เป็นธงคำตอบแบบสองนัยทำนอง "เหยียบเรือสองแคม" เช่นตอบว่า "ห้ามีความผิดทางอาญาแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานเป็นตัวการร่วมหรือฐานเป็นผู้สนับสนุนก็ตาม" หรือ "หากสี่กระทำไปโดยเจตนาก็มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน แต่ถ้าสี่ไม่มีเจตนาก็ไม่ผิด"
  • ควรตอบแบบมั่นใจ ไม่ควรตอบแบบลังเล เช่น "สาม และ ห้าน่าจะมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วม" หรือ "สี่คงจะไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน" เป็นต้น คำที่แสดงความไม่มั่นใจมีหลายคำ เช่นคำว่า "น่าจะ คงจะ คิดว่า คล้ายจะ ดูเหมือน อาจ คาดว่า" หากตอบโดยใช้คำเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าจะไม่ได้คะแนนเลย

ข้อบกพร่องของการตอบปัญหาวินิจฉัย

  1. การลอกโจทย์ มีข้อเสียคือเสียเวลากับตัวผู้สอบเอง และทำให้อาจารย์เสียเวลาอ่าน
  2. ตั้งข้อสงสัยกับโจทย์ เวลาสอบให้คิดว่าข้อเท็จจริงตามโจทย์เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ไม่ควรตั้งข้อสงสัย เช่น โจทย์ระบุว่า "นาย เอ ตกลงทำสัญญาซื้อรถยนต์ราคา 200,000 บาทจากนาย บี..." เช่นนี้จะตั้งข้อสงสัยว่า "การตกลงทำสัญญา" นั้นเป็น "การตกลงด้วยวาจา" หรือ "มีหลักฐานเป็นหนังสือ" ไม่ควรคิดเช่นนี้ แต่ต้องอนุมานว่าการตกลงทำสัญญาในโจทย์นี้คือ "การทำเป็นหนังสือ" นั่นเอง
  3.  สร้างข้อเท็จจริงเพิ่ม อันนี้ก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้ผู้สอบเสียคะแนน ยกตัวอย่างเช่น "นายแดงเข้าไปขโมยโทรทัศน์ในบ้านของนางขาว ขณะที่นายแดงกำลังยกโทรทัศน์ออกจากบ้าน นางขาวได้กลับมาพบเห็นพอดี นายแดงจึงตกใจทิ้งโทรทัศน์แล้ววิ่งหนี้ไป จงวินิจฉัยว่านายแดงมีความผิดทางอาญาหรือไม่?" แล้วหากผู้สอบตอบเลยไปว่า "หากเวลานี้เป็นเวลากลางคืน..." หรือ "หากนายแดงพกอาวุธเข้าไปด้วย..." หรือ "หากทั้งคู่เป็นสามี ภรรยากัน" ก็เป็นการสร้างเรื่อง หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงเข้าไปเอง
  4. สับสนข้อเท็จจจริงและตัวบุคคลตามโจทย์ ปัญหานี้เกิดจากการสับสนในการอ่านโจทย์และเกิดการสลับบทบาทของบุคคลในข้อเท็จจริง เช่น "เจ้าหนี้" กับ "ลูกหนี้" หรือ "โจทก์" กับ "จำเลย" หรือ "ผู้จำนอง" "ผู้รับจำนอง" กับ "ผู้ค้ำประกัน" เป็นต้น การสับสนแบบนี้สามารถนำการเขียนแผนผังมาช่วยได้
  5. การใช้ภาษา ทั้งในเรื่องของการใช้ภาษากฎหมาย การรัดกุมในการเขียน และลายมือ
  6. ไม่ยกหลักกฎหมาย หลายครั้งการตอบข้อสอบถูกต้องตามธงคำตอบแม้จะถูกหมด แต่ไม่ได้คะแนนเพราะขาดการอ้างถึงหลักกฎหมายประกอบคำวินิจฉัยเลย

 อ้างอิง
1.วารสารกฎหมายสุโขทัยธรรมาธิราช ฉบับพิเศษ, วิธีศึกษาวิชากฎหมายและวิธีตอบปัญหาข้อสอบ, รศ.กิติพงษ์ หังสพฤกษ์

No comments:

Post a Comment